• Arthouse School

FINAL PROJECT / ผลงานจัดเต็ม! ปิดคลาสวิชา Fashion Design ของน้องๆแฟชั่น artHOUSE



ในทุกๆปี หลังจากที่น้องๆวิชาแฟชั่นดีไซน์ artHOUSE ผ่านการเรียนและฝึกฝนอย่างเข้มข้นมาแล้ว ช่วงเวลาก่อนปิดคลาสน้องๆทุกคนจะต้องทำ Final Project ออกแบบ Brand Collection เล็กๆของตัวเองขึ้นมาคนละหนึ่งงาน ก่อนที่พวกเค้าจะเข้าสู่คลาสการทำข้อสอบเก่าที่เผ็ดมันและเข้มข้น(ที่สุด) เพื่อเตรียมความพร้อมลงสนามสอบจริง สนามแรกของพวกเค้า (สาขาแฟชั่นสิ่งทอ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ)

ในสิ้นเดือน พฤศจิกายน 2559 นี้ ต่อไป

Final Project ชิ้นนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อยู่ในหลักสูตรวิชาแฟชั่นดีไซน์ของ artHOUSE ที่น้องๆจะต้องหาแรงบันดาลใจเพื่อทำ Collection ของตัวเองขึ้นมา 1 Collection และนำเสนอผ่านกระบวนการคิดที่สร้างสรรค์อย่างลงตัว เปรียบเสมือน Exhibition เล็กๆน่ารักๆ ขึ้นภายในห้องเรียน

เมื่อเราถามถึงที่มาของการทำ Final Project ครั้งนี้ พี่บอส ธรรมธรรศ เลี้ยงธรรมรัตน์

คุณครูประจำวิชาแฟชั่นดีไซน์ artHOUSE และ ดีไซเนอร์ของแบรนด์ Him&Her ได้ให้คำตอบว่า

“ หลังจากเรียนด้วยกัน บอสมีการทดลองให้น้องๆค้นหาตัวเองในหลากหลายรูปแบบ มาถึงจุดหนึ่งบอสต้องการเห็นผลลัพธ์ในการค้นหาตัวเองของน้องๆ ว่าเค้าค้นหา way of Creative ของตัวเองอย่างไร เค้าต้องการ speak out อะไรออกมา และแต่ละน้องคน สร้างโลกและมีมุมมองต่อโลกที่ตนเองสร้างอย่างไร Final Project นี้จึงเกิดขึ้นครับ”

เมื่อรู้ที่มาที่ไปทั้งหมดแล้ว เราไปชมผลงานของน้องๆที่ artHOUSE ได้คัดมาทั้งหมด

9 คน 9 ผลงาน 9 สไตล์

ขอย้ำอีกครั้ง..งานที่ทุกคนจะได้ชมต่อไปนี้ ทุกชิ้นเป็นผลงานเด็ก ม.5 ม.6 ไม่ใช่ผลงานนักศึกษา

พร้อมแล้วไปชมกันแบบจัดเต็ม! กันเลย



ชื่อผลงาน

MUDA

งานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานศิลปะของ Rene Magritte ซึ่งเป็นศิลปะการวาดภาพเหนือจริงหรือ Surrealism โดยนำมาทำเป็นลายพิมพ์ของชุด ผสมผสานกับเสื้อผ้าที่เป็นสไตล์ Deconstruction เป็นการทำลายโครงสร้างของเสื้อผ้าและแฝงความเป็น Androgyny

ต้องการสื่อถึงความเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุด จึงถ่ายทอดโดยการทำเป็น window display ของตัวเองโดยนำโครงสร้างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มีความเรียบง่ายมาปรับให้เข้ากับโครงร้านและการดีไซน์ชุดที่เป็นสไตล์ของตนเองคือ Minimal Deconstruction และ Androgyny




ผลงาน Fashion อื่นๆของน้องมุ่ย





ชื่อผลงาน

Im Dazed and Confused

แรงบันดาลใจมาจากภาพยนต์วัยรุ่นเรื่อง DAZED AND CONFUSED

เเละงาน SCULPTUREABSTRACT ของ John Chamberlain

Final project นี้ ได้สร้างแบรนด์สมมุติขึ้นมา ซึ่งตั้งชื่อว่า SOMNAMBULISM ซึ่งเเปลว่า การละเมอ หมายถึงเเบรนด์ของเราสร้างเสื้อผ้าที่น่าหลงไหลโดยที่เราไม่รู้ตัว Collection นี้นำเรื่องราวที่ สื่อ ถึงอิสรภาพ สิ่งที่ไม่เป็นเเบบแผน เเละนำ Trand REMASTER มาปรับ ซึ่งใน Collection ส่วนมากจะเป็น Denim , Faux leather ตัวอย่างชิ้นงาน เช่น การจัด display ที่นำขวดน้ำมา Recycle เเละนำเเรงบันดาลใจจากผลงาน SCULPTURE ABSTRACT ของ John Chamberlain มาทำให้น่าสนใจเเละเกิดงานในรูปเเบบใหม่ การจัดบรรยกาศที่ให้ความรู้สึก YOUTHFUL ทำให้เมื่อเห็นงานจะรู้สึกว่าเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง และเเบรนด์เรา มี MOOD AND TONE ว่า STREET GRUNGE REBELLION




ผลงาน Fashion อื่นๆของน้องนาว้าล





ชื่อผลงาน

Fedeco

ศิลปะ art deco + fetish style คือแรงบันดาลใจในการออกแบบ Collection นี้

ได้สร้างแบรนด์ของตัวเองชื่อ XAELVA โดย mood and tone ของแบรนด์เป็น seductive rebellion elegant โดย target group จะเป็นผู้หญิงอายุ 20-45ปี ที่มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก สามารถ afford สินค้าสูงได้ โดยชุดที่ออกแบบมีทั้งหมด 30 items และเลือกมาทำจริง 1 ชุด โดยลงมือทำเองทุกอย่างตั้งแต่การตัดเย็บ และต้องทำ fashion video จัดหาสถานที่ นางแบบ และตัดต่อให้ออกมาแนว sexy น่าค้นหา มีเสน่ห์



MV ผลงาน Final Project ของน้องน้ำ


ผลงาน Fashion อื่นๆของน้องน้ำ




ชื่อผลงาน

The Hippie Trail in A Valise

เป็นการทำแบรนด์เล็กๆของตัวเองขึ้นมา และตั้งชื่อว่า Psycho Garlic ที่แปลว่า กระเทียมโรคจิต ที่มาของชื่อนี้มาจากความชอบส่วนตัว ที่หลงไหลศิลปะแนว Psychedelic มากๆ

Collection นี้นำเรื่องราวการเดินทางของกลุ่มคนที่โด่งดังมากในยุค 60s ถึง 70s พวกเค้าเรียกตัวเองว่า

บุปผาชน หรือที่ทุกคนรู้จักคือกลุ่ม Hippie ที่ประกาศว่าตนเป็นพวกรักเสรี การเดินทางนี้มีชื่อว่า The Hippie Trail ได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1957 และสิ้นสุดปี 1978 เนื่องจาก Hippie เป็นพวกใช้ชีวิตเรียบง่าย จึงเดินทางกันแบบโบกรถ ขึ้นเรือ เดินเท้า นั่งรถบัส กันเป็นกลุ่ม และนำเรื่องราวเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับงานศิลปะ The Box in a Valise ของ Marcel DuChamp ศิลปินในลัทธิ ดาดา (Dada) เป็นงานศิลปะที่ได้รวบรวมผลงานของเขามาไว้ในกระเป๋าเดินทางแบบกล่องขนาดเล็กเพีบงใบเดียว ซึ่งน่าสนใจมาก เป็น Collection ที่รวมความกบฏ คิดนอกกรอบ ของกลุ่ม Hippie กับ Dada ผ่านการเดินทางที่อิสระ โดยเน้นงานศิลปะ “psychedelic” ที่เป็นศิลปะของพวก Hippie ที่สวยงามมากและชอบเป็นพิเศษ



VDO ประกอบผลงาน Final Project ของน้องฟ้าใส




ชื่อผลงาน

Down the rabbit hole

ได้รับเเรงบันดาลใจจาก Alice In Wonderland และลวดลายแบบชนเผ่า ซึ่งประโยค "Down The Rabbit Hole" เป็นสำนวน หมายถึงการผจญภัยบนเส้นทางใหม่ ที่เราไม่อาจเดาะได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จากเรื่อง alice in wonderland ที่เป็นการผจญภัยในจินตนาการหรือความคิดที่ไร้ขอบเขตของตัวเอง ชุดที่ออกแบบจึงเป็นชุดที่เล่าเรื่องราวการผจญภัยของอลิซ ผสมผสานกับลวดลายแบบชนเผ่า ที่สร้างเอกลักษณ์ และความโดดเด่นให้กับเรืองราว มีทั้งชุดที่บอกเล่าถึงการไปเจอกับราชินีเเดง เเมว cheshire กระต่าย เเละความเป็นวอนเดอร์แลนด์



ผลงาน Fashion อื่นๆของน้องเก๋






ชื่อผลงาน

THE LIGHTING RETURN

แรงบันดาลใจมาจาก เกมยอดฮิตที่มีการผลิตถึง 15 ภาคอย่าง Final Fantasy. Collection นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวละครในภาคที่13 ของเกม มีชื่อว่า Lightning โดยได้นำ Character ของ Lightning นำเสนอผ่านชุดที่มีการ Stylingให้ใกล้เคียงกับในเกมและมีโครงสร้างชุดรูปแบบใหม่ ที่ล้ำหน้า เพื่อให้ผู้สวมใส่เข้าถึงอารมณ์ราวกลับหลุดเข้าไปอยู่ในเกมและได้นำเทคนิคการปักหมุดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแผงวงจรคอมพิวเตอร์จึงเกิดเป็น Collection มีความกลิ่นไอความเป็น Future จึงได้รับ Sub Inspiration มาจากการค้นพบว่าโลกอยู่ใน Galaxy ทางช้างเผือกที่นำมา Present ผ่านลายปริ้น จึงเกิดเป็น Collection The Lightning Return Spring Suummer 2017 ให้สื่อถึงการนำเอาตัวละครสมมุติมาทำให้เป็นรูปธรรมและโลดเล่นอยู่ในโลกแห่งความจริง ผ่านทางเสื้อผ้าภายใต้ Mood and Tone Sporty Sexy Futuristic อยู่ในโลกแห่งความจริง

Present มาในรูปแบบของ Brand ตัวเองโดยได้ตั้งชื่อbrandว่า MINERVA มีที่มาของชื่อมาจากอีกนามนนึงของเทพี Athena ที่เป็นเทพีแห่งความกล้าหาญที่เลือกชื่อนี้เพื่อที่จะ Present Style เสื้อผ้าของตัวเองให้อารมณ์ถึงผู้หญิงที่ค่อนข้างกล้าที่จะแต่ตัว อาจมีการโชว์สัดส่วนบ้างเพื่อแสดงถึงความเป็นผู้หญิง รวมถึงการจัด Window Display ที่แสดงแนวคิดของ Brand ตัวเอง





ชื่อผลงาน

First Meet Minx

collection นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะ OP Art และ การประดับกระจกสี Stain Glass ที่มีชื่อเสียง ใน ยุค Gothic โดยได้นำมาถ่ายทอดเป็นลาย print บนเสื้อผ้า ใน collection “First Meet Minx” Fall / Winter 2017 ภายใต้ แบรนด์ Minx ซึ่งหมายถึงผู้หญิงที่มีความกล้า โดย design ของเสื้อผ้า ได้ถูกสร้างสรรค์ และมีลาย print ที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร พร้อมด้วย accessories ที่หลากหลายที่ถูกออกแบบมาให้เข้ากันในแต่ละ looks เพื่อให้ผู้ที่ได้สวมใส่เกินความมั่นใจ ในทุกสถานการณ์

จากโจทย์ Final Project ได้ให้ออกแบบ 1 collection โดยมีทั้งหมด 5 ชุด และให้ทำเป็น window display ที่แสดงถึงร้านของตัวเอง Mood&Tone ที่บ่งบอกความเป็นเรา จึงได้สร้างสรรค์ออกมาให้ดูคล้ายกับเป็นร้านของเรา มีหน้าร้าน และมีส่วนจัดแสดงของต่างๆ โดยได้ออกแบบ Logo ของร้านที่เป็น อักษรภาษาอังกฤษตัว MN ทับกัน และได้ใช้สีแดงเป็นสีที่สื่อถึงอารมณ์ของผู้หญิงที่มีความกล้า ที่จะแต่งตัวในสีที่จัดจ้าน






ชื่อผลงาน

Once Upon A Time "The Transient Dream"

แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก สถาปัตยกรรมและคอสตูมในยุคพระนางอลิซาเบธที่1 หญิงรับใช้ในพระราชวังโบราณไปเจอชุดโดยบังเอิญเมื่อหยิบขึ้นมาสัมผัสก็เกิดแรงดึงดูดอย่างมหาศาล เธอไม่เคยรู้เลยว่าครั้งหนึงเธอเองก็คือเจ้าของชุดเมื่อเธอหยิบมาใส่จึงเกิดความหลงไหลเหมือนเช่นความฝัน ดังชื่อโปรเจค "The Transient Dream" ความฝันชั่วคราว


MV ผลงาน Final Project ของน้องฟ้า


ผลงาน Fashion อื่นๆของน้องฟ้า




ชื่อผลงาน

Bomby Sweet

Bomby sweet เป็นคอลเลชั่นที่อยากจะเล่าถึงความเป็นตัวเองและได้สะท้อนออกมาในรูปแบบของเสื้อผ้าเพื่อเป็นสื่อกลางให้กับผู้สวมใส่ให้รู้สึกถึงความสนุกและความสดใสโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการวางระเบิดในสงครามโลก แต่มาปรับจากความรุนแรงให้เป็นความสดใสโดยการใช้สีที่เป็นโทนหวานๆและดีเทลที่แปลกตาและดูน่ารักเพื่อให้เหมาะกับกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นเป้าหมายหลัก

แนวคิดของเติ้ลได้มาจาก Galaxy ที่มีดวงดาวมากมายจึงนำแนวคิดนี้มาทำเป็นการ Present และการ Present ในครั้งนี้ได้มีโอกาศตั้งชื่อแบรนด์ของตัวเอง ว่า Aii~Ba (อายบะ) โดยคำว่าได้ อายได้มาจากคำว่า Airashidesu ที่แปลว่าน่ารักในภาษาญี่ปุ่น และคำว่า Ba ได้มาจากคำว่า Babae(บาบาเอะ) ในภาษาฟิลิปปินส์แปลว่าผู้หญิง จึงนำมาผสมกันเป็นชื่อแบรนด์aii~ba และบ่งบอกถึงการเป็นแบรนด์ไทยโดยการที่อาจมีหลายคน ออกเสียงเป็น ไอ้บ้า นั้นเอง



ผลงาน Fashion อื่นๆของน้องไตเติ้ล




"

บอสอยากให้พวกเค้าสร้างมาตรฐานของตัวเอง และสร้าง universe ของตัวเองที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาให้ได้

และพวกเค้าก็ทำได้จริงๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการที่พวกเค้าได้รู้จักตัวเอง และยอมรับในความเป็นตัวเองได้มากขึ้น เห็นความแตกต่างของตน และเอาความต่างนั้น มาสร้างเป็นพลังงานบวก ผลักดันให้เกิดเป็นข้อดีในงานตนเองสร้างเป็นจุดเด่นของตัวเองออกมาได้ในที่สุด

พี่บอส ธรรมธรรศ เลี้ยงธรรมรัตน์

(คุณครูประจำวิชาแฟชั่นดีไซน์ artHOUSE และ ดีไซเนอร์ของแบรนด์ Him&Her)

สามารถชมผลงาน FINAL PROJECT ในทุกๆคลาสได้ที่นี่ คลิกเลย!!




artHOUSE ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ

ขอให้โชคดีในห้องสอบ มีสมาธิที่ดี

สามารถนำความรู้ที่ได้จากในห้องเรียนไปใช้ในห้องสอบได้อย่างเต็มทีและสวยงาม

#ปูเสื่อรอฟังข่างดี


© Copy Right artHOUSE Institute, All Rights Reserved. ไม่อนุญาติให้นำบทความไปดัดแปลง, เขียใหม่, หรือนำไปเผยแพร่ในที่สาธารณะโดยไม่ใส่เครดิตหรือได้รับอนุญาติ


ดู 175 ครั้ง