• Arthouse School

พราวเพชร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ศิษย์เก่า Arthouse กับผลงานศิลปนิพนธ์ของเธอ



เพชร พราวเพชร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบพัสตราภรณ์ เอกสิ่งทอ ศิษย์เก่าของ Arthouse ได้มีการจัดแสดงผลงานศิลปนิพนธ์


ทาง Arthouse เลยได้เข้าไปเยี่ยมชมผลงาน และสัมภาษณ์เพื่อเป็นแนวทางให้น้อง ๆ ที่สนใจในคณะและสาขานี้


การเรียนที่คณะนี้เป็นอย่างไร

เริ่มจากปี 1 กับ ปี 2 เทอม 1 จะเรียนพื้นฐานเบสิคเหมือนกันหมดเลย ทั้งแฟชั่นและเท็กซ์ไทล์ พอมาเทอม 2 ถึงจะแยกสายเจาะลึกลงไป ถ้าแฟชั่นก็จะเรียนเรื่องแพทเทิร์น เรื่องการตัดเย็บ และเรื่องการดีไซน์ของแฟชั่นถ้าเป็นเท็กซ์ไทล์ปี 2 ก็อาจจะเรียนเรื่องพิมพ์ ปี 3 เรียนทอผ้า



หลักสูตรเท็กซ์ไทล์ของที่นี่ต่างจากที่อื่นอย่างไร

ไม่รู้ว่าที่อื่นเป็นอย่างไร แต่ที่นี่จะเน้นเรื่องของทุกอย่างที่เป็นเท็กซ์ไทล์ เรื่องของผ้า เรื่องของเส้นใย ก็จะเจาะลึกลงไปเลยว่าอันนี้ทำอะไรได้บ้าง เรื่องของหนัง เรื่องของผ้า การสกรีน เรื่องการทอก็จะไปเห็นจริง ๆ ในภาคเหนือหรือภาคอีสาน ว่าการทอของแต่ละภาคแตกต่างกันอย่างไร ได้ไปดูพื้นที่จริงเลย



พูดถึงผลงานหน่อย ผลงานที่ทำของเราเป็นอย่างไร

ตอนพรีธีสิสเลือกคอนเซปต์เรื่องการเดินทาง เพราะเราเป็นคนที่ชอบเที่ยวก็เลยเลือกสิ่งที่ชอบมา จากนั้นก็ได้ไปทริปหนึ่งที่อินเดีย ก็รู้สึกประทับใจมากเลยกับทริปนี้ พวกสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ดีหมดเลย รู้สึกชอบมาก เลยลองปรับมาทำเป็นธีสิส


แล้วก็รู้สึกว่าผู้หญิงในทุก ๆ วันนี้ต้องมีกระเป๋าสักใบหนึ่ง กระเป๋าอะไรก็ได้ ก็เลยออกแบบเป็นกระเป๋่าแล้วทำลวดลายเป็นของแบบอินเดีย พวกสถาปัตยกรรมที่เราพบเห็น โดยใช้การเลเซอร์คัต การเย็บปักไหมและลูกปัดหิน


งานแต่ละชิ้นเป็นอย่างไรบ้าง

ในการทำธีสิสจะแบ่งเป็น 3 ครั้ง ในแต่ละครั้งก็ทำของแต่ละเมืองไปเลย ในครั้งหนึ่งเราก็จะทำหลายใบ อย่างครั้งแรกจะเป็นเมืองชัยปุระ เป็นเมืองสีชมพู ครั้งที่ 2 พุชการ์ เป็นเมืองอูฐ มีเทศกาลอูฐ งานที่ออกมาก็จะมีสีสันสดใสหน่อย ครั้งที่ 3 ก็ลองเปลี่ยนเป็นคอลเลคชั่นที่สีสันดรอปลง มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น



คิดว่าการติวแฟชั่นสำคัญไหม

สำคัญมากเลย ตั้งแต่มัธยมต้นรู้ว่าตัวเองอยากจะเรียนแฟชั่น ก็มีรุ่นพี่แนะนำให้มาเรียนที่ Arthouse ก็ลองไปเรียนดู เริ่มจาก Drawing ตั้งแต่ที่ยังวาดสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมไม่ตรงเลย ฝึกมาเรื่อย ๆ รู้สึกว่ามันสำคัญมากเลยในการที่เด็กคนนึงจะเข้ามหาวิทยาลัย ต้องติวเยอะมาก ๆ ถึงจะไปสู้คนอื่นได้ ไม่ใช่แค่มีพรสวรรค์ถึงจะเข้าได้ ต้องมีพรแสวงด้วย


ตอนที่ติวเรียนอะไรบ้าง

ตอนที่ติวกับ Arthouse ก็เริ่มจาก Drawing ทั้งหมดเลย แล้วก็เรียนมาเรื่อย ๆ จนจบ ก็ยากเหมือนกัน ร้องไห้ทุกวัน (หัวเราะ) ที่เรียนก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งตอนม.6 ก็ติวแข่งกับเวลา แข่งกับเพื่อน



ที่เรียนมาเอามาใช้ในการเรียนในมหาวิทยาลัยเยอะไหม

เยอะมากนะ ตอนปี 1-2 เรื่อง Figure กับ Drawing ปี 1 เรียน Drawing เยอะมาก ก็เอาที่พี่เบิร์นเคยสอนมาใช้ ปี 2 ก็มีเริ่มวาด Figure บ้าง แต่พอเราฉีกมาเป็นเท็กซ์ไทล์ ก็ได้ใช้แบบพวก Illustration เกี่ยวกับลายเส้นของเราเอง พอปี 4 ก็ใช้พวกโคปิกเยอะ ก็เป็นโคปิกตั้งแต่เรียน Arthouse นี่แหละ


ในอนาคตจะต่อยอดงานไปอย่างไร

ตอนนี้ก็อยากจะทำแบรนด์กระเป๋าของตัวเองไปเลย แล้วก็อยากจะสมัครงาน หาประสบการณ์ไปด้วย


คิดในวงการแฟชั่นไทยเกี่ยวกับเรื่องเท็กไทล์เป็นยังไงบ้าง

ตอนนี้ก็รู้สึกว่าคนเริ่มจะสนใจเรื่องเท็กซ์ไทล์มากขึ้น ในเรื่องของเทคนิค วัสดุ เมื่อก่อนก็จะเห็นแต่คนต่างประเทศที่เค้าจะทำแบบถักงานเอง ทำแฮนด์เมด ตอนนี้รู้สึกว่าคนไทยเริ่มจะยอมรับมากขึ้น รู้จักเป็นวงกว้างมากขึ้น วงการแฟชั่นเดี๋ยวนี้ก็เหมือนจะเน้นเรื่องเท็กซ์ไทล์เยอะขึ้นด้วย



สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย: ชลธิชา จันทร์แจ่ม

ถ่ายภาพโดย: อันนา เกิดทวี



ดู 248 ครั้ง